หน้าแรก
ประวัติความเป็นมา
วิสัยทัศน์ /พันธกิจ
ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป
ประเพณีวัฒนธรรม
สถานที่สำคัญ
ที่ทำการ อบต.วังแดง

โครงสร้างอบต.วังแดง
คณะผู้บริหาร อบต.วังแดง
สมาชิกสภา อบต.วังแดง
สำนักปลัด
กองคลัง
ส่วนโยธา

กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน
สภาเด็กและเยาวชน
อาสาสมัคร อปพร.
อาสาสมัครสาธารณสุข(อสม)
สภาวัฒนธรรม
กองทุนหลักประกันสุขภาพ

การแถลงนโยบายต่อสภา
ยุทธศาสตร์การพัฒนา
ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
แผนพัฒนาตำบลสามปี
แผนดำเนินงานประจำปี
แผนอัตรากำลัง
แผนปฎิบัติป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
ประกาศกำหนดสมัยประชุมสภาฯ
ประกาศเรียกประชุมสภาฯ
รายงานประชุมผู้บริหารอบต.
รายงานประชุมสภา อบต.วังแดง
รายงานประเมินผลแผน
รายงานการเงินประจำปี
รายงานการจัดเก็บรายได้
องค์ความรู้ที่ใช้ในองค์กร
พรบ./ข้อระเบียบกระทรวง
ศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน
ตู้รับฟังความคิดเห็นประชาชน

ระเบียบการรับบริการต่างๆ
ผู้ดูแลระบบ
เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ/ผู้พิการ
ข่าวตลาดแรงงาน
แบบวัดความพึงพอใจ
ศูนย์รวมข้อมูลเพื่อติดต่อราชการ
เช็คอีเมล์
Visited :
เริ่มนับตั้งแต่
วันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2553
หน้าหลัก ข่าว กิจกรรม สินค้า OTOP กระดานสนทนา ท่องเที่ยว ติดต่อ อบต.
 
  เบี้งยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการ อบต.วังแดง: www.wangdaeng.go.th
 
     
 
 
  โครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการ

  • หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการดำเนินการเพื่อขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเพื่อให้การดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีปฏิบัติในการขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นไปด้วยความเรียบร้อย คล่องตัว สะดวกรวดเร็ว บรรลุวัตถุประสงค์และเกิดประสิทธิผลสูงสุดจึงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ ดังนี้

     1. ขั้นตอนการจดทะเบียนเพื่อขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยให้สำนักงานเขตดำเนินการ ดันี้                        
        1.1 จัดทำประกาศและประชาสัมพันธ์เขตพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อให้ผู้ที่จะมีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปในปีงบประมาณถัดไปมาจดทะเบียนเพื่อขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปีงบประมาณถัดไป ภายในเดือนตุลาคม – เดือนพฤศจิกาบนของทุกปี
        1.2 กำหนดวันรับจดทะเบียนผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปีงบประมาณถัดไปภายในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
        1.3 ตรวจสอบรายชื่อ/คุณสมบัติ/หลักฐานผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปีงบประมาณถัดไป ภายในเดือนธันวาคม
             ของทุกปี
        1.4 ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปีงบประมาณถัดไป ภายในวันที่ 7 มกราคมของทุกปี
        1.5 รวบรวมจำนวนผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปีงบประมาณถัดไป ส่งให้อภายในวันที่ 14 มกราคมของทุกปี
        1.6 เริ่มจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตั้งแต่เดือนตุลาคมของทุกปีเป็นต้นไป
    2.  คุณสมบัติของผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
       
     2.1 มีสัญชาติไทย และมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้าน
         2.2 มีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป (ในกรณีที่ทะเบียนราษฎร์ระบุเฉพาะปีเกิดให้ถือว่าบุคคลนั้นเกิดในวันที่1 มกราคมของปีนั้น
         2.3 ไม่เป็นผู้ได้รับสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นใดจากหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แก่ ผู้รับเงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ หรือเงินอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่รัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้เป็นประจำ ยกเว้นผู้พิการ และผู้ป่วยเอดส์ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยและระเบียบกรุงเทพมหานคร
    3.  ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ซึ่งต้องมาด้วยตนเองหรือในกรณีมีความจำเป็นไม่สามารถมาจดทะเบียนด้วยตนเองได้ ผู้สูงอายุสามารถมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแทนได้ โดยต้องกรอกรายละเอียดในแบบคำขอขึ้นทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ (เอกสารหมายเลข 1) และต้องนำหลักฐานเอกสารแสดงตน ดังนี้
         
    3.1 บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่าย พร้อมสำเนา
          3.2 ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา
          3.3 สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารพร้อมสำเนา สำหรับในกรณีที่ผู้ขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุประสงค์ขอรับเงินผ่านธนาคาร
          3.4 หนังสือมอบอำนาจ (เอกสารหมายเลข 2) พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (ในกรณียื่นคำขอขึ้นทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแทน)
    ปฏิทินขั้นตอนการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
    1. หลักเกณฑ์การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
        1.1 ขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่  ประกอบด้วย          
             1) จัดทำประกาศและประชาสัมพันธ์ให้ผู้สูงอายุทราบสิทธิของตนเอง          
             2) ลงทะเบียนตามวัน เวลา สถานที่ที่กำหนด (ในวันและเวลาราชการ)          
             3) ให้ผู้สูงอายุละทะเบียน ตามแบบที่กำหนด (แบบคำขอขึ้นทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ) ด้วยตนเอง หรือในกรณีมีความจำเป็นไม่สามารถมาลงทะเบียนด้วยตนเองได้ ผู้สูงอายุสามารถมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแทนได้          
             4) ตรวจสอบหลักฐาน/คุณสมบัติผู้มีสิทธิจากข้อมูลทะเบียนราษฎร         
             5) ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ (บริเวณสำนักงานเขต)         
             6) รวบรวมจำนวนผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ส่งให้สำนักพัฒนาสังคมกรุงเทพมหานคร ภายในวันที่ 14 มกราคม ของทุกปี         
             7) การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จ่ายเป็นรายเดือน ๆ  โดยมี 2 แนวทาง ดังนี้" โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ" โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นลายลักษณ์อักษร
    1.2 ขั้นตอนและแนวทางปฏิบัติของผู้สูงอายุ ประกอบด้วย          
             1) ผู้ยื่นคำขอ หมายถึง ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุซึ่งต้องมาด้วยตนเอง หรือในกรณีมีความจำเป็นไม่สามารถมาลงทะเบียนด้วยตนเองได้ ผู้สูงอายุสามารถมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแทนได้          
             2) กรอกในคำขอตามแบบที่กำหนด และยื่นคำขอต่อผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนเองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายนของทุกปี ในวันและเวลาราชการ ณ สถานที่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำหนด          
             3) หลักฐานประกอบการจดทะเบียน มีดังนี้" บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่าย พร้อมสำเนา" ทะเบียนบ้านพร้อมสำเนา" สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารพร้อมสำเนา สำหรับในกรณีที่ผู้ขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุประสงค์ขอรับเงินผ่าน     ในกรณีมีความจำเป็นที่ไม่สามารถมาลงทะเบียนได้ ผู้สูงอายุอาจมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้อื่นเป็นผู้ยื่นคำขอรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแทนก็ได้        ในกรณีผู้สูงอายุที่มีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพย้ายทะเบียนบ้าน หากมีความประสงค์จะรับเบี้ยยังชีพต้องลงทะเบียนในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีชื่ออยู่ใหม่ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เคยจ่ายเดิมต้องดำเนินการจ่ายจนสิ้นสุดปีงบประมาณนั้น ๆ ไป" หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ(ในกรณียื่นคำขอฯ แทน)         
             4) การแจ้งความจำนงรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ประกอบด้วย" โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามผู้มีสิทธิรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ" โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารในนามบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นลายลักษณ์อักษร
    ถาม-ตอบไขข้อข้องใจ
             ถาม - กรณีผู้สูงอายุย้ายทะเบียนบ้านและไปลงทะเบียนใหม่ โดยรับเงินซ้ำซ้อน ซึ่งสำนักงานเขตได้ทำหนังสือทวงถามแต่ไม่นำเงินส่งคืน อบต. จะสามารถดำเนินการได้อย่างไรและโดยวิธีใด
             ถาม - กรณีผู้สูงอายุเสียชีวิตลงและตรวจสอบพบในภายหลัง ซึ่งสำนักงานเขตได้มีหนังสือทวงถามขอให้นำเงินส่งคืนสำนักงานเขต โดยมีผลในเดือนที่ผู้สูงอายุได้เสียชีวิตลง ซึ่งทายาทบางรายได้รับทราบ แต่ไม่มาติดต่อส่งเงินคืน สำนักงานเขตจึงได้ขออายัดเงินในบัญชีของผู้สูงอายุที่เสียชีวิตหรือของผู้รับมอบอำนาจ โดยขอให้ธนาคารดำเนินการอายัดเงินในบัญชีเงินฝากผู้สูอายุที่เสียชีวิตหรือของผู้รับมอบอำนาจ ซึ่งสามารถดำเนินการได้เป็นบางรายแต่บางรายไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากทายาทได้ถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากไปแล้ว จะสามารถดำเนินการได้อย่างไร และโดยวิธีใด
              ตอบ  สำนักงานกฎหมายและคดีพิจารณาแล้วเห็นว่า ในการเบิกจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต้องดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติการเบิกจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้อนุมัติเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 ซึ่งผู้สูงอายุต้องมารับเงินด้วยตนเองหรือหากไม่สามารถมาได้ต้องมอบฉันทะให้ผู้อื่นมารับ หรือเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีผู้สูงอายุหรือบัญชีของผู้รับมอบหมายและให้ระงับการจ่ายเงินเมื่อผู้สูงอายุถึงแก่กรรม โดยฝ่ายทะเบียนต้องสรุปรายงานผู้สูงอายุที่ถึงแก่กรรมให้ฝ่ายพัฒนาชุมชนทุกวันที่ 1 ของเดือน เพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิและใช้เป็นหลักฐานประกอบฎีกาเบิกจ่ายเงิน ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้สูงอายุเสียชีวิตลงจึงต้องระงับการจ่ายเงินหากมีการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพไปแล้ว ต้องฟ้องร้องเรียกติดตามเอาคืนจากทายาทหรือผู้ที่ได้รับมอบฉันทะ เช่นเดียวกับผู้สูงอายุย้ายทะเบียนบ้านและไปลงทะเบียนใหม่ก็สามารถฟ้องเรียกติดตามเอาทรัพย์คืนได้เช่นกัน โดยสำนักงานเขตต้องมีหนังสือทวงถามไปยังผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพ ผู้รับมอบฉันทะ หรือทายาท ให้ส่งเงินคืนภายในเวลาที่กำหนด เมื่อครบกำหนดระยะเวลาแล้วไม่มีการส่งเงินคืน ก็ให้ส่งเรื่องให้สำนักงานกฎหมายและคดีดำเนินการ.
             ถาม - ผู้สูงอายุที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนรับเงินเบี้ยยังชีพ จะลงทะเบียนได้เมื่อไรและจะได้รับเงินเบี้ยยังชีพย้อนหลังหรือไม่
               ตอบ ผู้สูงอายุที่มีอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์และยังไม่เคยลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพรวมถึงผู้สูงอายุที่จะมีอายุครบ ๖๐ ปีบริบูรณ์ในปี ๒๕๕๖ (เกิดก่อน ๑ ตุลาคม ๒๔๙๕) สามารถไปลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพได้ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ น.ถึง เวลา ๑๖.๐๐ น. เว้นวันหยุดราชการ
              เอกสารที่ต้องเตรียมไปมีดังนี้กรณีผู้สูงอายุไปยื่นเรื่องเอง
              ๑.      บัตรประชาชนใบจริงพร้อมสำเนา ๑ ฉบับ ของผู้สูงอายุและเซ็นรับรองสำเนา
              ๒.      ทะเบียนบ้านฉบับจริงพร้อมสำเนา ๑ ฉบับ ของผู้สูงอายุและเซ็นรับรองสำเนา
              ๓.      สมุดเงินฝากธนาคารกรุงไทยประเภทออมทรัพย์ฉบับจริงพร้อมสำเนา ๑ ฉบับกรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นแทน   ผู้สูงอายุต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากผู้สูงอายุให้ผู้อื่นยื่นแทนพร้อมพยานเซ็นรับอง ๒ คน และเอกสารบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจทั้งใบจริงและสำเนา  หากโอนเข้าบัญชีของผู้รับมอบอำนาจต้องมีสำเนาสมุดเงินฝากธนาคารกรุงไทยประเภทออมทรัพย์ มายื่นด้วย
             หมายเหตุ          สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารต้องเป็นประเภทออมทรัพย์เท่านั้น
             ถาม -  ผู้สูงอายุที่รับเบี้ยยังชีพสามารถเปลี่ยนแปลงการรับเงินได้หรือไม่
             ตอบ   สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยขอรับเอกสารใบขอเปลี่ยนแปลงสิทธิการรับเงินได้ที่ฝ่ายพัฒนาชุมชนฯ ชั้น ๓ เขตบางกอกน้อย และกรอกข้อความในเอกสารให้ครบถ้วนพร้อมแนบ เอกสารดังนี้
               ๑.      บัตรประชาชนของผู้สูงอายุใบจริงและสำเนา
               ๒.      บัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบใบจริงพร้อมสำเนา
               ๓.       หนังสือมอบอำนาจ กรณีโอนเงินเบี้ยยังชีพเข้าบัญชีของผู้รับมอบ
               ๔.      สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ ของผู้สูงอายุเองหรือของผู้รับมอบแล้วแต่กรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง
    ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่   นักพัฒนาชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลวังแดงโทร ๐ 3576 2111    ในวันและเวลาราชการ

  • รายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์รับเบี้ยยังผู้สูงอายุ

  • รายชื่อผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเงินเบี้ยยังชีพ-90-ปีขึ้นไป.pdf
  •